ufabet

5 วิธีดื่มชาเขียวให้ได้ประโยชน์มากที่สุด เพื่อสุขภาพที่ดี

คือแนวทางที่คอชาเขียวทุกคนควรเรียนรู้และทำความรู้จักให้ดี เนื่องจากชาเขียวมีสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากมาย

ไม่ว่าจะเป็นกรดอะมิโน วิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี สารในกลุ่ม xanthine alkaloids คือ คาเฟอีน และธิโอฟิลลีน ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง และสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ที่เรียกว่า คาเทชิน

การดื่มชาเขียวสามารถให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ เนื่องจากสารสำคัญในใบชาเขียวกลุ่มโพลีฟีนอล ที่ชื่อว่า เคทิชิน (Catechins) จะทำหน้าที่จับกับอนุมูลอิสระและขัดขวางการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยต้านโรคภัยได้มากมาย เช่น ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และโรคมะเร็งได้ แต่ก็มีหลากหลายความเชื่อเกี่ยวกับสรรพคุณของชาเขียว บ้างถูกบ้างผิดและในโลก social network สงสัยถึงประโยชน์ของชาเขียวแช่เย็นเพราะเมื่อเทน้ำชาเขียวเย็นลงไปในชามก๋วยเตี๋ยวแล้วจะพบคราบไขมันลอยจับที่

ufabet

ชามก๋วยเตี๋ยวทันที ทำให้ไม่แน่ใจว่าทานแล้วร่างกายจะได้ประโยชน์หรือโทษกันแน่

  1. ดื่มชาเขียวในปริมาณที่เหมาะสม

เป็นอันรู้กันว่าทุกอย่างหากได้รับมากเกินไปก็จะทำให้เกิดโทษ แต่หากได้รับน้อยเกินไปก็จะไม่เกิดผล งั้นมาดูกันดีกว่าว่าหากเราอยากดื่มชาเขียวให้ได้ประโยชน์แล้วนั้น…ควรจะดื่มสักกี่แก้วกันนะ?จากงานวิจัยพบว่า การรับประทานชาเขียวให้ได้สารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย จะต้องชงชาเขียวเข้มข้นแบบญี่ปุ่นและต้องดื่มชาเขียวอย่างน้อยวันละ 20 แก้ว เป็นประจำทุกวัน จึงจะสามารถป้องกันมะเร็งได้ ซึ่งในทางปฏิบัติอาจทำได้ยาก และยิ่งการดื่มน้ำชาเขียวปัจจุบันเป็นชาเขียวที่เจือจาง ทั้งยังปรุงรสแต่งกลิ่นและรสด้วยน้ำตาล ซึ่งหากดื่มมาก ๆ อาจทำให้เกิดโรคอ้วนได้

  1. ไม่ดื่มชาเขียวในปริมาณที่มากจนเกินไป เพราะจะทำให้เกิดโทษ

การดื่มชาเขียวในปริมาณที่มากเกินไปอาจะให้โทษมากกว่าที่คุณคิด! เพราะในชาเขียวมีสารแทนิน  (Tannin) ที่มีฤทธิ์ฝาดสมานและเป็นสารที่ช่วยบรรเทาอาการท้องเสีย จึงเป็นไปได้ว่าถ้าดื่มชาปริมาณมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นชาเขียวแบบชง หรือ แบบพร้อมดื่ม ก็สามารถทำให้ท้องผูกได้นอกจากนี หากได้รับชาเขียวมากเกินไปก็อาจก่อให้เกิดโทษอีกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการนอนไม่หลับเพราะได้รับคาเฟอีนที่เกินขนาด ทำให้รู้สึกเหนื่อยและหงุดหงิดง่าย แถมอาจทำให้ปวดศีรษะอีกด้วย

  1. ดื่มชาเขียวหลังอาหาร

ช่วงเวลาในการดื่มชาเขียวก็มีความสำคัญ เนื่องจากการดื่มชาเขียวในช่วงเวลาที่ต่างกันจะทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้แตกต่างกัน ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ดื่มชาเขียวหลังอาหารประมาณ 1 ชั่วโมง เนื่องจากหากดื่มชาเขียวทันทีอาจทำให้คาเฟอีนและแทนนินไปยับยั้งการดูดซึมอาหารเข้าสู่เซลล์ได้ ทำให้ร่างกายดูดซึมอาหารได้ไม่เต็มที่นั่นเอง นอกจากนี้ ช่วงเวลาอื่น ๆ ที่เหมาะกับการดื่มชาเขียวได้แก่ ช่วงเวลาก่อนเข้านอน 2 ชั่วโมง จะทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดี และช่วงเวลาก่อนออกกำลังกายและช่วงเวลาที่ไม่ควรดื่มชาเขียวเลยก็คือตอนที่ยังท้องว่าง เนื่องจากชาเขียวอาจทำให้ร่างกายขับน้ำออกมาจนขาดน้ำได้ ก่อให้เกิดผิวแห้ง ปวดหัว หรือแผลในกระเพาะอาหารได้

  1. บีบมะนาวระหว่างชงชาเขียว

ผลการวิจัยทางการแพทย์พบว่าเคล็ดลับการชงชาเขียวให้สารต้านอนุมูลอิสระคงอยู่ ทำได้โดยบีบมะนาวลงไประหว่างชงชา จะสามารถคงประโยชน์ของชาไว้ได้มากที่สุด

  1. หลีกเลี่ยงการดื่มชาเขียวกับนม

การปรุงแต่งนมในชาเขียว เช่น นมสด นมข้น หรือนมผงจะทำลายประสิทธิภาพของสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในชาเขียว เนื่องจากโปรตีนในนมจะไปจับกับสารสำคัญในชา ดังนั้น วิธีการดื่มชาเขียวที่มีประโยชน์มากที่สุดก็คือการดื่มชาเขียวแบบไม่ต้องปรุงแต่งอะไรเพิ่มเติม และควรปรุงรส แต่งกลิ่น และใส่น้ำตาลให้น้อยที่สุด เพราะอาจก่อให้เกิดโรคอ้วนได้


อ่านบทความข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ beadseekers.com อัพเดตทุกสัปดาห์

Releated